Posted by: shopen | ตุลาคม 9, 2008

เตรียมพร้อมรบระยะยาว

ช่วงนี้ติดพันภารกิจหลายอย่าง เข้ามาใช้อินเทอร์เน็ตนานไม่ได้ เพราะต้องทั้งตามสถานการณ์ ทั้งวิเคราะห์และคาดการณ์ล่วงหน้า ทราบมาว่าบางท่านรับฟังอยู่ บางครั้งนำไปใช้เป็นฐานคิดร่วมของตนเองด้วย การวิเคราะห์ การเขียนจึงต้องระมัดระวัง ฟันธงสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ผิดพลาดไปอาจจะมีอันตราย

ทราบการตัดสินของศาลในกรณียกเลิกข้อหากบฏของ 9 แกนนำพันธมิตรแล้ว ต่อไปนี้ก็จะเรียกพวกเขาว่ากบฎไม่ได้อีก ก็คงต้องยืนยันคำเดิมเหมือนที่ยืนยันไว้หลายครั้งแล้วว่า ต้องยอมรับคำตัดสินของศาล ช่องทางกฏหมายก็ต้องเล่นไปตามเกม

การศึกครั้งนี้นับได้ว่าใหญ่หลวงนัก ใช้ทุกเครื่องมือ ใช้ทุกขุมกำลัง ทั้งเป็นเรื่องระยะยาว ที่น่าหนักใจคือมือที่มองไม่เห็น ก็เผยตัวเผยตนออกมาแล้ว แต่มาตรฐานของสังคมก็มีอยู่ กฎหมายก็มีอยู่ ดังนั้นคิดจะทำอะไร หรือแสดงความเห็นอย่างไร ต้องขอเตือนให้ช่วยกันระมัดระวังตัว
อ่านต่อ…

ไม่ได้ประหลาดใจกับคำตัดสินคดีของคุณสมัครในวันนี้ เพราะเคยเขียนเตือนไปหลายครั้งแล้วว่า “อย่าทำเป็นเล่นกับเรื่องคดีหมิ่นประมาทของคุณสมัคร” ดังที่ได้เขียนเป็นบทความในชื่อ “ก็แค่เจรจาไม่ลงตัว” เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2551 ตั้งแต่ก่อนจะมีความชัดเจนในการคัดตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ดังเนื้อหาในส่วนที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

“ถึงตรงนี้ขอเตือนว่า อย่าทำเป็นเล่นกับเรื่องคดีหมิ่นประมาทของคุณสมัคร เอกสิทธิ์ ส.ส. ตามมาตรา 130 คุ้มครองคุณสมัครไม่ได้ เพราะเป็นการพิจารณาคดีต่อเนื่องก่อนที่ คุณสมัครจะเป็น ส.ส. อยู่ในวรรค 4 ลองอ่านรัฐธรรมนูญกันดู หากศาลท่านไม่ยอมให้ฎีกา แล้วให้คุณสมัครติดคุกแบบไม่รอลงอาญาจริง ทั้งสถานภาพนายกรัฐมนตรี และสถานภาพ ส.ส. ก็ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ตอนนี้เมื่อใช้ช่องนี้ไม่ได้ ก็อาจผลักดันผ่านช่องทางเสนอให้อัยการสูงสุดลงนามสลักหลังในคำร้องขอฎีกา แต่ก็นั่นแหละช่องทางนี้ก็แค่ยืดเวลา สุดท้ายก็ต้องถูกจำคุกอยู่ดี

แม้จะฝืนใจใครๆหลายคน แต่ก็ต้องย้ำแล้วย้ำอีก ว่าอย่าไปยึดติดตัวบุคคล เตรียมนายกรัฐมนตรีคนใหม่เผื่อเอาไว้ระหว่างที่คุณสมชายฝึกงานเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการในขณะนี้”
อ่านต่อ…

เห็นโผของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่ดูท่าว่านายกรัฐมนตรีคงประสานให้เลขาธิการ ครม. นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ไปเรียบร้อยแล้ว ก็คงต้องแสดงความเสียใจกับคุณสุวิทย์ ที่คงต้องพลาดตำแหน่งทั้งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในโควต้าของพรรคเพื่อแผ่นดินก็น่าจะได้แก่ พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก

แกนนำตัวจริงเบื้องหลังพรรคเพื่อแผ่นดินมีอยู่สี่กลุ่มด้วยกันคือ “กลุ่มบ้านริมน้ำ” ของคุณสุชาติ ตันเจริญ “กลุ่มปากน้ำ” ของคุณมั่นและคุณวัฒนา “กลุ่มโคราช” ของคุณไพโรจน์ กับคุณระนองรักษ์ และ “กลุ่มวังพญานาค” ของคุณพินิจกับคุณปรีชา คนเหล่านี้ก็ล้วนแต่อยู่อาศัยในบ้านเลขที่ 111 ทั้งนั้น ปากก็ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการจัดโผ แต่ของจริงก็คงไม่มีใครเชื่อ

คนในพรรคพลังประชาชนหลายคนคงโมทนาสาธุ ที่คุณสุวิทย์ไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพราะเหตุนอกจากขาลอยในพรรค เพราะไม่มีกำลัง ส.ส. ตนเองก็ยังสอบตก แถมในระหว่างช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ไม่ได้รักษามารยาทสมาชิกคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลคุณสมัครที่ดี เพราะแสดงท่าทางดึงให้พรรคเพื่อแผ่นดินถอนตัวการร่วมรัฐบาลหลายครั้ง ไม่แต่เพียงเท่านั้น เมื่อครั้งที่กำลังเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนคุณสมัคร ก็แสดงท่าทีจะถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงแม้จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ก็ไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรี ต้องยกให้รองหัวหน้าพรรคอย่างคุณประชาไปเสีย
อ่านต่อ…

ประชาชนพากันบ่นว่า ความขัดแย้งในสังคมไทยครั้งนี้ยืดเยื้อยาวนาน ความแตกแยกหยั่งรากลึกลงทุกภาคส่วนของสังคม เมื่อปรากฎขบวนการ พธม. ออกมาต้นปี 49 จากการนำประท้วงของสนธิ ลิ้ม ก่อนหน้านั้น แล้วเกิดรัฐประหารขึ้น ลุเข้าปี 51 กำลังหลักของฝ่ายประชาธิปไตย ยังครอบครองอำนาจการบริหารรัฐบาล แต่การต่อสู้ก็ยังไม่สิ้นสุด

การที่ฝ่ายทหารตัดสินใจเข้าทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งก็ครบรอบสองปีไปเมื่อสองวันก่อนหน้านี้นั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเมื่อแรกตั้งใจว่าจะเด็ดขั้วอำนาจของพรรคไทยรักไทย และคุณทักษิณ เช่นเดียวกับที่จะจัดการกับคุณชาติชาย และพรรคชาติไทย

คุณชาติชายเลือกการประนีประนอม ยอมรับอำนาจ รสช. และถอยตนออกจากความขัดแย้งทางการเมือง รอจนคลื่นลมทางการเมืองสงบ เมื่อ รสช. ที่เป็นพวกรุ่นห้า ถูกพฤษภาทมิฬกระเด็นตกออกจากเก้าอี้อำนาจ แล้วจึงกลับเข้าเล่นการเมืองผ่านการตั้งพรรคชาติพัฒนา ในขณะที่พรรคชาติไทยตกเป็นของคุณบรรหารในเวลานั้น
อ่านต่อ…

Posted by: shopen | กันยายน 22, 2008

คุมเชิง

หลังจากฝุ่นตลบมาสามสี่วัน ก็ดูท่าทางว่าโผรัฐมนตรีจะเริ่มลงตัว ดูท่าวันสองวันนี้คงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ รายชื่อรัฐมนตรีถึงกับกระเด็นหลุดออกมาตามหน้าหนังสือพิมพ์ทีเดียว งานนี้ดูเหมือนจะมีรายชื่อคุณชวลิตเข้ามานั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วย ในขณะที่คุณสุชาติอาจได้ขึ้นชั้นในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะหลังจากทาบทาง ดอกเตอร์โกร่งแล้วท่านก็ปฏิเสธ คงด้วยเล็งเห็นแล้วว่าอายุรัฐบาลไม่ยาวนาน หรือไม่ก็คงเป็นเพราะเกรงใจคนแถวบ้านสี่เสา

แต่ความจริงคุณสุชาติขึ้นชั้นว่าการคลัง ก็เป็นเรื่องดี เพราะจะว่าไป ดอกเตอร์หนุ่มที่คว้าปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์มาจากสถาบันเดียวกับ ดอกเตอร์ป๋วยที่อังกฤษ ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาเอกที่แคนาดา ก่อนที่จะมาสอนคณะเศรษฐศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้วยังรับตำแหน่งเป็นบอร์ดใหญ่หลายโครงการ ในช่วงที่คุณทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คุณสุชาติก็น่าจะอยู่เบื้องหลังและให้ข้อคิดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมเศรษฐกิจสมัยคุณทักษิณไม่มากก็น้อย

ถ้าใครเคยได้ยินคุณทักษิณพูดถึงเรื่องทฤษฎีบ่อปลาบ่อยๆ ก็ให้รู้ไว้เถอะว่าคนที่พูดทฤษฎีนี้คนแรกก็คือคุณสุชาติคนนี้แหละ แต่คุณสุชาติก็บอกว่าไม่ได้ออกความคิดเองแต่แรก เพียงแต่ยืมความคิดจากเรื่องทฤษฎีลูกโป่งสามสูบของคุณป๋วยมาอีกชั้นหนึ่ง หลักการก็เทียบว่าเศรษฐกิจก็เหมือนน้ำในบ่อปลา หน้าที่ของรัฐบาลก็เพียงแต่ดูแลไม่ให้น้ำในบ่อมีมากเกินไปหรือน้อยเกินไป เพราะถ้าน้ำน้อยเกินไปปลาจะไม่แข็งแรงเพราะพื้นที่หากินในบ่อแคบ แต่ถ้าน้ำมีมากไปปลาจะอ้วนท้วนสมบูรณ์ไป เปรียบไปก็เหมือนสภาพฟองสบู่ที่เคยแตกในไทย และเดี๋ยวนี้กำลังแตกในสหรัฐฯ จนผู้คนเดือดร้อนกันทั่ว
อ่านต่อ…

เป็นอันว่าเมืองไทยก็ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ชื่อสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็หมายถึงว่าพรรคพลังประชาชนต้องการเปลี่ยนไพ่เล่น จากคุณสมัครซึ่งมีท่าทีแบบแข็งกร้าวดุดัน มาเป็นคนสมชาย ที่ดูนุ่มนวลและประนีประนอมกว่า นี่ก็สอดคล้องกับมติมหาชน ที่ต้องการเห็นการยุติความขัดแย้ง และความสมานฉันท์ของคนในชาติ

แนวทางของคุณสมัครเหมาะกับการตอบโต้ ฝ่ายตรงข้ามที่มีการเดินเกมรุกฆาตอย่างรุนแรง ชั้นเชิงทางการเมืองที่เก็บสะสมไว้ตั้งแต่เข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ปี 2511 ครบเครื่องทั้งการปราศรัยหาเสียง การอภิปรายในสภา การตอบโต้กับสื่อ ความสัมพันธ์ที่ดีกับชนชั้นนำ และการบริหารสายสัมพันธ์กับฝ่ายทหาร

คุณสมัครแน่ไม่แน่แค่ไหน ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2519 ก็เคยเอาชนะ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคมคนดัง มาแล้วในเขต 1 ดุสิต ซึ่งถือกันว่าเป็นท้องที่ทหารนั่นแหละ ทั้งที่ตอนนั้นคุณสมัครก็ยังถือได้ว่าเป็นละอ่อนทางการเมือง แต่มาตอนนี้ด้วยความเขี้ยวและเชี่ยวทางการเมือง ก็ต้องถือว่าคุณสมัครแน่มากที่นำพรรคมาได้ถึงขนาดนี้
อ่านต่อ…

Posted by: shopen | กันยายน 12, 2008

ก็แค่เจรจาไม่ลงตัว

เมื่อวานไม่ได้เขียนบทความหนึ่งวัน เพราะมองแล้วว่าการประชุมสภาวันนี้อาจจะมีปัญหา อย่างที่บอกไปแล้ว ว่ายังไม่ควรรีบร้อนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นคุณสมัคร อย่างน้อยก็ควรรอให้พ้นวันที่ 25 นี้ออกไปก่อน

รัฐบาลรักษาการยังพอมีเวลาอีกสามสิบวันตามมาตรา 172 ช่วงนี้แกนนำภายในพรรคพลังประชาชนก็ควรจะพูดคุยกันให้เรียบร้อย ปัญหาใหญ่อยู่ในพรรคเองนั่นแหละ หาใช่พรรคร่วมรัฐบาลไม่

ถึงวันนี้ก็ควรจะต้องบอกกล่าวให้ประชาชนฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย ได้เรียนรู้ “ด้านลบ” ของการเมืองระบบรัฐสภาเอาไว้บ้าง จะไป “ปกปิด” กันเอาไว้ หลอกคนฝ่ายเดียวกันเองได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

ตอนนี้ในพรรคพลังประชาชนก็มีอยู่สองขั้วใหญ่ๆ ขั้วเพื่อนเนวินนั่นหนึ่ง อีกขั้วก็กระจายไปหลายฝ่าย อีสานพัฒนาบ้าง ภาค กทม.บ้าง ภาคเหนือบ้าง รวมๆ เรียกว่าฝ่ายอกหักก็ได้กระมัง แม้จะมีเสียงคุณทักษิณจากลอนดอนมาว่าสนับสนุนคุณสมัคร แต่มาถึงจังหวะสุดท้ายก่อนยุบสภา ก็ขอต่อรองไว้ก่อน ท่านหัวหน้าจะว่าอย่างไรก็เอาไว้ทีหลัง ไอ้เรื่องจะไปโหวตให้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี นั่นไม่มีแน่ แต่เรื่องเก้าอี้อย่างไรก็ต้องมาก่อน ก็เป็นกันเสียอย่างนี้ ฝ่ายสื่อ และ พธม. เขาถึงได้ชี้ได้ว่า เห็นไหม สุดท้ายแล้วก็ทำเพื่อประโยชน์ของกู หาได้คำนึงถึงประโยชน์ประชาชนไม่ พรรคร่วมรัฐบาลเห็นคนในพลังประชาชนเองยังสรุปกันไม่ลง ก็เห็นพ้องว่าจะไม่เข้าประชุมเพื่อให้การประชุมล่ม แล้วตกลงกันให้เรียบร้อย จะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ว่าไป
อ่านต่อ…

Posted by: shopen | กันยายน 11, 2008

พักหนึ่งวัน

พักการโพสต์ข้อความหนึ่งวัน

เมื่อวานทายผลคดีชิมไปบ่นไปผิด เพราะพอเห็นคำให้การของคุณสมัคร ก็คิดว่าน่าจะพอแก้ข้อกล่าวหาตามมาตรา 267 ได้ ประกอบกับมีข่าวหลุดออกมา แต่พอเห็นตุลาการเริ่มหยิบพจนานุกรมขึ้นมาอ้าง ก็เริ่มเห็นว่า สงสัยคุณสมัครจะไปไม่รอด ลงท้ายก็เป็นจริงตามนั้น ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้คุณสมัครผิดตามมาตรานี้เป็นเอกฉันท์

แต่ในฐานะของประชาชนก็คงต้องมีความเห็นส่วนตัว ที่แตกต่างไปจากข้อคิดเห็นของตุลาการ เพราะดูเหมือนการให้ความหมายของลูกจ้างกว้างไกลไปกว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือตามกฎหมายภาษีอากร กลายเป็นการตีความตามพจนานุกรมว่าหมายรวมถึงผู้รับจ้างทำการงานให้ผู้ว่าจ้างโดยได้รับค่าจ้างด้วย ดูจะขัดกับการพิจารณาคดีของผู้พิพากษาที่ผ่านมาว่า กรณีข้อกฎหมายใดไม่ชัดเจน ก็ควรยกประโยชน์ให้จำเลยไป เพราะการตีความกว้างขวางเช่นนี้ ควรกระทำต่อเมื่อผลเป็นคุณกับจำเลยเท่านั้น เนื่องจากข้อวินิจฉัยของตุลาการไม่ควรมุ่งเอาผิดผู้ใด และหากพิจารณาถึงเจตนารมณ์เบื้องหลังรัฐธรรมนูญที่มองว่าผู้ดำรงตำแหน่งคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์สาธารณะ ก็ต้องหาข้อพิสูจน์ให้ได้ว่า การจัดรายการของคุณสมัครนั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเช่นไร เป็นการคอรัปชั่นหรือขายชาติมากน้อยเพียงไหน เรื่องนี้ดูคำวินิจฉัยของศาลแล้ว ยังมองไม่เห็นความชัดเจนในข้อนี้

ถึงอย่างนั้นก็คงต้องยอมรับคำวินิจฉัยของศาลท่านด้วยความเคารพ

ข้อวินิจฉัยของศาลยังระบุต่อไปอีกว่า คณะรัฐมนตรีที่เหลือยังต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีรักษาการ ก็ควรใช้โอกาสนี้พิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
อ่านต่อ…

Posted by: shopen | กันยายน 9, 2008

นรสิงหาวตาร

๏ โอมสิทธิสรวงศรีแกล้ว แผ้วมฤตยู เอางูเปนแท่น แกว่นกลืนฟ้ากลืนดิน บินเอาครุฑมาขี่ สี่มือถือสังข์จักรคทาธรณี ภีรุอวตาร อสูรแลงลาญทัก ททัคนีจรนายฯ

๏ โอมปรเมศวราย ผายผาหลวงอคร้าว ท้าวเสด็จเหนือวัวเผือก เอาเงือกเกี้ยวข้าง อ้างทัดจันทรเป็นปิ่น ทรงอินทรชฎา สามตาพระแพร่ง แกว่งเพชรกล้า ฆ่าภิฆนจัญไรฯ

๏ โอมชัยชัย ไขโสฬศพรหมญาณ บานเศียรเกล้า เจ้าคลี่บัวทอง ผยองเหนือขุนห่าน ท่านรังก่อดินก่อฟ้า หน้าจตุรทิศ ไทยมิตรดา มหากฤตราไตรอมรรตัยโลเกศ จงตรีศักดิท่าน พิญาณปรมาธิเบศ ไทธเรศสุรสิทธิ์ฯ

นี่เป็นร่ายดั้นของ ลิลิตโองการแช่งน้ำพิพัฒนสัตยา ร่ายสามบทนี้บูชาสามเทพสูงสุดคือ พระวิษณุ พระศิวะ และ พระพรหม

ดั้นบทแรกก็กล่าวถึงพระวิษณุ พระผู้ทรงอภิบาลโลก และดับภัยร้าย ทรงบรรทมเหนือพญาอนันตนาคราชเทว บัลลังก์เหนือเกษียรสมุทร ทรงครุฑเป็นพระราชพาหนะ สี่กรทรง สังข์ จักร คธา และ ธรณี หรือก็คือดอกบัว
อ่านต่อ…

Older Posts »

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.