Posted by: shopen | กันยายน 5, 2008

พันธมิตรน่าจะใกล้จบ

ปัญหาของพธม. คือการใช้ “นักรบศรีวิชัย” ที่เป็นหน่วยล่วงหน้า 85 คน เข้าไปยึด NBT ในลักษณะเดียวกับที่ทหารทำการปฏิวัติรัฐประหาร

แม้จะแก้เกี้ยวด้วยการให้ “อมร อมรรัตนานนท์” เดินมวลชนทำทีมาเป็นกดดันในช่วงสาย ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะมีทั้งพยาน – หลักฐาน จากกล้องถ่ายภาพของช่างกล้อง NBT เป็นพยานอย่างดี

ดังนั้นสถานภาพของ แกนนำพธม. จึงกลายเป็นกบฎไปเรียบร้อยโรงเรียนราชดำเนิน

ถ้าผู้ยึดอำนาจ ทำการรัฐประหารสำเร็จ ก็จะกลายเป็น “องค์อธิปัตย์” รัฐบาลเดิม ก็ต้องลี้ภัย หรือไม่ก็ต้องไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นสู้ ถ้าสู้ไม่ได้ หรือยอมแพ้ ก็ต้องตกเป็นจำเลย โดนเช็คบิล จากองค์กรทางกฎหมายที่ถูกตั้งขึ้นจาก “คำสั่งคณะปฎิวัติ”

แต่ถ้าแพ้หรือล้มเหลว ผู้พยายามยึดอำนาจ ก็ต้องกลายเป็น “กบฎ

สถานการณ์ยืนยันจุดถดถอยของพธม. มีสองจุดสำคัญคือ
1. การนัดหยุดงานใหญ่ของ สรส. ที่มีการคลี่คลายไปอย่างสำคัญ คือไม่มีการตัดน้ำตัดไฟตามคำขู่ของ “สาวิทย์” ในขณะที่สนามบิน รถไฟเดินได้ตามปกติแล้ว แต่ยังมีปัญหาที่การท่าเรือบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ไฟฟ้าการประปาอันตรายกว่า เข้าใจว่ารัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องเจรจากับสหภาพฯ ด้วยเงื่อนไขของ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉินนี่แหละ

2. ความคืบหน้าของ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีการโอนอำนาจตามกฎหมายต่างๆ ให้มาอยู่ในมือนายกฯ และการที่สมัครออกข่าววิทยุไปสองครั้งเมื่อวานว่าจะไม่ ลาออก ไม่ยุบสภา แต่จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย สร้างความผิดหวังให้สาวกพธม. ที่ทำเนียบอย่างยิ่ง

ผู้รู้ชี้ให้พิจารณา ม.17 ซึ่งถือเป็นการคานอำนาจศาล

เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐบาลจะมีอำนาจตาม พรก. ฉบับนี้มากกว่าศาล ซึ่งจะมีอำนาจในภาวะตามปกติ

ยิ่งนปก. สลายการชุมนุมไป ความชอบธรรมของ พธม. ที่จะชุมนุมอยู่ต่อก็ย่อมถูกตั้งคำถามจากสังคมว่าจะดันทุรังไปถึงไหน

ดังนั้นโอกาสของแกนนำ พธม. ในกระดานช่วงชิงอำนาจครั้งนี้ลดน้อยลงทุกที

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจในความขัดแย้งครั้งนี้คือ ขณะนี้แกนนำพธม. มีสถานภาพเป็นกบฎไปแล้ว การยื่นศาล รธน.ตีความ เรื่องพรก. สถานการณ์ฉุกเฉิน น่าจะไม่ประสบผล ทหารและรัฐบาลก็ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกันมากมาย ออกจะยืนอยู่ในจุดเดียวกันด้วยซ้ำ

อย่าไปแปลกใจที่เริ่มมีคนบอกให้หาคนกลางมาเจรจา หรือถึงกับขออภัยโทษ 111 ทรท กับ แกนนำพธม.

แต่เรื่องแบบนี้เจรจาไม่ได้ รัฐบาลจะไปเจรจากับกบฎ มันจะเป็นไปได้อย่างไร

เรื่องแบบนี้ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ผิดก็ต้องเป็นผิด ถูกก็ต้องเป็นถูก

ตอนนี้มีการฟ้อง ผอ. ASTV และแกนนำชุดสองและบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 30 กว่าคน คนที่เป็นอีแอบ คอยๆ ช่วยเขียนข่าวให้ความชอบธรรมกบฎอยู่ โดยหวังผลประโยชน์ เลิกๆไปเสีย ก่อนจะโดนจำคุกไปด้วย

ต่อไปก็คงมีการปิด ASTV สนธิ ลิ้ม ก็ควรจะลี้ภัยไปนอกประเทศเสียบ้าง ส่วนคนอื่นๆ ก็เข้าคุกไปสักพัก รอสถานการณ์สงบ เดี่ยวก็ค่อยมีอภัยโทษออกมาภายหลัง


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่