Posted by: shopen | กันยายน 8, 2008

รัฐบาลชุดนี้จะมีอายุไม่ต่ำกว่าสองปี

ดูท่าที่ทำนายเมื่อสามวันก่อนว่า “พันธมิตรใกล้จบ” จะเป็นจริงเข้าไปทุกที เพราะเห็นอาการดิ้นรนให้พ้นความเสื่อมสลายกันเป็นทิวแถว ไม่ว่าจะเป็นพวกแกนนำกบฏ 8 คนที่โดนหมายจับไปแล้ว กับอีก 1 คนที่ยังใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. คุ้มครองอยู่ หรือจะเป็นพวกมือที่มองไม่เห็นที่อยู่เบื้องหลังก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นมือเล็กหรือมือใหญ่

อย่างคุณบรรหารออกมาบอกให้คุณสมัครยุบสภา อันเป็นข้อเสนอเดียวกันกับคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งโดยมรรยาทแล้ว ข้อเสนอแบบนี้พรรคร่วมรัฐบาลไม่ควรเสนอด้วยซ้ำ เพราะการลาออกหรือยุบสภา ก็เท่ากับไปรับรองฐานะของกบฏ อาจมีผลให้พวกกบฏใช้ข้ออ้างเรื่องการยุบสภาสู้คดีเรียกร้องความชอบธรรมได้อีก ทั้งที่ฝ่ายกบฏเองนั่นแหละที่ทำผิดกฎหมาย เพราะใช้กำลังติดอาวุธที่เป็นหน่วยล่วงหน้า 85 คนเข้ายึด NBT

ยุบสภาไป รัฐบาลชุดนี้ก็กลายสภาพเป็นรัฐบาลรักษาการ หากคุณสมัครโดนพิพากษาคดีว่าผิดในสองคดี ในช่วงเดือนนี้ ครม. รักษาการหมดสภาพไป อำนาจบริหารประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงสุญญากาศ จะถูกถ่ายโอนไปยังสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งพวกแต่งตั้งกึ่งหนึ่งมาจากไหนก็รู้ๆ กันอยู่ เผลอๆไปฝ่าย พธม. ที่ก็ไม่มีใครรับรองว่าจะยุติบทบาทไป ได้ใจเล่นเกมรุกชุมนุมประท้วงใหญ่บ้าง หยุดงานครั้งใหญ่บ้าง ทำไปทำมาจะพาเข้ารกเข้าพงมีข้ออ้างว่าบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ แล้วก็เข้าเกม “รัฐบาลแห่งชาติ” เสียเปล่าๆ

ข้อเสนอของคุณบรรหารตั้งแต่ตอนประชุมสองสภานั่น ไปรับลูกมือที่มองไม่เห็นคนเดียวกันมาหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ แต่คงจะหลงลืมไปตามประสาคนอายุมาก ว่าเผอิญผู้นำรัฐบาลชุดนี้เป็นคุณสมัคร ไม่ใช่คุณทักษิณเหมือนรัฐบาลชุดก่อนโน้น คุณสมัครก็เลยไม่กลัวการอภิปรายในสภา ใครๆที่หวังจะใช้เวทีสภามากล่าวร้ายคุณสมัคร ก็เจอสวนกลับตามธรรมเนียม แผนที่ใครจะหวังใช้สภาเป็นที่ทำลายความชอบธรรมของรัฐบาล กลับกลายเป็นรัฐบาลใช้สภาโฆษณา “ระบอบประชาธิปไตย” ประชันกับ “ระบอบอนาธิปไตย” ที่กำลังถ่ายทอดสดที่ทำเนียบแบบเรียลลิตี้โชว์ไปแทน ผู้คนในบ้านในเมืองเห็นเทียบกันแล้ว ต่างก็ยกมือสาธุการให้กับการปกครองแบบประชาธิปไตย ผิดแผนฝ่าย “มือที่มองไม่เห็น” ไปเสียนี่

คุณประสพสุข แทนที่จะบอกแกนนำพธม. ให้มอบตัวสู้คดีในข้อหากบฏ ส่วนแกนนำชุดสองจะชุมนุมต่อก็ไม่ว่า แต่ขอให้ยกมวลชนออกจากทำเนียบไป กลับไปรับข้อต่อรองของฝ่ายกบฏให้คุณสมัครลาออกก่อนค่อยยุบสภา คนกลางถ้าทำได้เพียงเท่านี้ อย่างนั้นใครที่ไหนก็ทำได้ เพราะฝ่ายกบฏก็ประกาศเสียลั่นตามหนังสือพิมพ์ ฟันธงล่วงหน้าว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นหมัน เพราะคุณสมัครก็ไม่ยอมเจรจามาตั้งนานแล้วเหมือนกัน รัฐบาลไปเจรจากับกบฏ แถมตอนนี้ยังได้เปรียบเสียด้วย ไม่มีใครที่ไหนเขาทำกัน

ถัดจากข้อเสนอลาออกบ้าง ยุบสภาบ้าง เจรจาบ้าง ฝ่าย สว. แต่งตั้งก็ทำท่าว่าจะปฏิเสธหนทางประชามติเสียอีก โดยให้เหตุผลว่าคงไม่ทันวิกฤตการณ์ เพราะต้องใช้เวลาพิจารณากฎหมายลูกไม่ต่ำกว่าเจ็ดเดือน ความจริงวุฒิสมาชิกหลงกลรัฐบาลเข้าแล้วยังไม่รู้ตัว รับแปรญัตติไปแล้วก็ต้องพิจารณาดำเนินการให้เสร็จ แต่เห็นทีประชามติคงไม่ได้ถูกเอามาแก้ปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินหรอก รัฐบาลจะเอาประชามติมาลงคะแนนว่า “จะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ” ต่างหาก นับอายุรัฐบาลจนถึงตอนนี้ก็ย่างเข้าเดือน 9 บวกเวลาพิจารณากฎหมายของวุฒิสมาชิกอีก 7 เดือน เตรียมการลงมติอีก 2-3 เดือน ประชาชนก็คงลงมติให้ผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ ใช้เวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 2-3 เดือน จากนั้นแล้วค่อยยุบสภาแล้วเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ หากสถานการณ์ไม่เร่งด่วนอะไรตอนนั้นจะยังไม่ยุบสภา รัฐบาลทำหน้าที่ต่อไปก็ไม่ผิดอะไร นี่ก็เป็นที่มาว่า เพราะเหตุใดรัฐบาลจึงมีอายุอีกไม่ต่ำกว่าสองปี

ที่ว่าการทำประชามติเป็นเพียงลูกหลอก ก็เพราะเครื่องมือแก้ไขปัญหาตัวจริงอยู่ที่ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉินต่างหาก ที่รัฐบาลชุดนี้จงใจประกาศ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉิน แทนที่จะเป็น พรบ. รักษาความมั่นคงในอาณาจักร ที่ สนช. ชุดที่แล้วรีบเร่งผลักดันให้คลอดออกมา โดยหวังจะใช้เป็นเครื่องมือควบคุมการแสดงออกของประชาชน โดยผ่านกลไก กอ.รมน. ถึงตอนนี้ คนร่าง พรบ. ฉบับนี้ คงโมโหเป็นฟืนไฟ ที่ถูกรัฐบาลอ่านเกมออก ไม่หยิบ พรบ. ฉบับนี้มา แต่ไปใช้ พรก. ฉุกเฉินแทน ดึงอำนาจจากกฎหมายฉบับต่างๆ มาอยู่ในมือ นายกฯ แล้วนายกฯ ก็โอนอำนาจไปยังประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งก็คือคุณอนุพงษ์

เป้าหมายจะปรามพวกแกนนำกบฏที่ทำเนียบนั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็เพราะมองกันออกว่า ยังมีการเคลื่อนไหวกระเพื่อมอยู่ในบางซีกของกองทัพ ก่อนการโยกย้ายของจริงในเดือนหน้า นี่คุณสมัครก็ขุดบ่อล่อปลา จะเดินทางไปต่างประเทศในงาน UN ปลายเดือนนี้อีก พวก “มือที่มองไม่เห็น” คิดจะยึดอำนาจลองของ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉิน ก็คิดหน้าคิดหลังเสียให้ดี ต่อให้จับตัวคุณอนุพงษ์เอาไว้ คุณสมัครก็ยังสั่งการกองทัพจากต่างประเทศโดยอาศัยอำนาจ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉินได้อีกทอด คราวนี้ทั้งมือที่มองเห็นมือที่มองไม่เห็นคงได้เผยตัวออกมาทั้งกระบิ

งานนี้ก็วัดใจคุณอนุพงษ์อย่างเดียวเลย ว่าพอถึงเวลาที่ว่าจริงๆ จะคิดอย่างไร


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่