Posted by: shopen | กันยายน 12, 2008

ก็แค่เจรจาไม่ลงตัว

เมื่อวานไม่ได้เขียนบทความหนึ่งวัน เพราะมองแล้วว่าการประชุมสภาวันนี้อาจจะมีปัญหา อย่างที่บอกไปแล้ว ว่ายังไม่ควรรีบร้อนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะยิ่งถ้าเป็นคุณสมัคร อย่างน้อยก็ควรรอให้พ้นวันที่ 25 นี้ออกไปก่อน

รัฐบาลรักษาการยังพอมีเวลาอีกสามสิบวันตามมาตรา 172 ช่วงนี้แกนนำภายในพรรคพลังประชาชนก็ควรจะพูดคุยกันให้เรียบร้อย ปัญหาใหญ่อยู่ในพรรคเองนั่นแหละ หาใช่พรรคร่วมรัฐบาลไม่

ถึงวันนี้ก็ควรจะต้องบอกกล่าวให้ประชาชนฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตย ได้เรียนรู้ “ด้านลบ” ของการเมืองระบบรัฐสภาเอาไว้บ้าง จะไป “ปกปิด” กันเอาไว้ หลอกคนฝ่ายเดียวกันเองได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

ตอนนี้ในพรรคพลังประชาชนก็มีอยู่สองขั้วใหญ่ๆ ขั้วเพื่อนเนวินนั่นหนึ่ง อีกขั้วก็กระจายไปหลายฝ่าย อีสานพัฒนาบ้าง ภาค กทม.บ้าง ภาคเหนือบ้าง รวมๆ เรียกว่าฝ่ายอกหักก็ได้กระมัง แม้จะมีเสียงคุณทักษิณจากลอนดอนมาว่าสนับสนุนคุณสมัคร แต่มาถึงจังหวะสุดท้ายก่อนยุบสภา ก็ขอต่อรองไว้ก่อน ท่านหัวหน้าจะว่าอย่างไรก็เอาไว้ทีหลัง ไอ้เรื่องจะไปโหวตให้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี นั่นไม่มีแน่ แต่เรื่องเก้าอี้อย่างไรก็ต้องมาก่อน ก็เป็นกันเสียอย่างนี้ ฝ่ายสื่อ และ พธม. เขาถึงได้ชี้ได้ว่า เห็นไหม สุดท้ายแล้วก็ทำเพื่อประโยชน์ของกู หาได้คำนึงถึงประโยชน์ประชาชนไม่ พรรคร่วมรัฐบาลเห็นคนในพลังประชาชนเองยังสรุปกันไม่ลง ก็เห็นพ้องว่าจะไม่เข้าประชุมเพื่อให้การประชุมล่ม แล้วตกลงกันให้เรียบร้อย จะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ว่าไป

พรรคประชาธิปัตย์ได้ข่าวมาก็เตรียมดัดหลังด้วยการโหวตคุณอภิสิทธิ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เสียงไม่ครบองค์ประชุมนั่นแหละ ได้ตำแหน่งมาเสียก่อน แล้วค่อยแจกเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคร่วมรัฐบาล นี่สงสัยคงนึกว่าอยู่ในช่วงปลายปี 40 ตอนนั้นน่ะพอทำได้ เพราะเสียงความหวังใหม่เขามี 125 เสียงประชาธิปัตย์มี 123 สองข้างฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านก็ห่างกันแค่หนึ่งเสียง แบบนี้ดุลอำนาจก็ไปอยู่ที่กลุ่มงูเห่าของคุณวัฒนา ตอนนั้นคุณสมัครก็ประมาทประชากรไทยเป็นเสียงข้างน้อย พอดึงกลุ่มคุณวัฒนามาซึ่งมีเสียงมากกว่า มันเลยลักลั่นไม่ลงตัว

แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน งูเห่ารับรองไม่มี ลงท้ายก็โดนขอให้นับองค์ประชุม เป็นอันว่าคุณอภิสิทธิ์ก็รับประทานแห้วไปอีกครา ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ตกวิชาคณิตศาสตร์กันหรือไม่ เอาเป็นว่าคงไม่อยากว่ากันให้เสียกำลังใจมากกว่านี้ แค่นี้ชาวบ้านเขาก็มองออกว่าคุณอภิสิทธิ์แสดงความอยากเป็นนายกรัฐมนตรีออกนอกหน้าแค่ไหน

ก็เพราะมันวุ่นวายขายปลาช่อนขนาดนี้แหละ เขาถึงร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ออกมาให้ พรรค คุม ส.ส. เอาไว้ให้อยู่มือ คุมมากไปก็ออกมาบ่นว่าติดคุกเหมือนคุณเสนาะอีก โลกนี้ช่างหาความสมดุลยากเสียจริ

ถึงตรงนี้ขอเตือนว่า อย่าทำเป็นเล่นกับเรื่องคดีหมิ่นประมาทของคุณสมัคร เอกสิทธิ์ ส.ส. ตามมาตรา 130 คุ้มครองคุณสมัครไม่ได้ เพราะเป็นการพิจารณาคดีต่อเนื่องก่อนที่ คุณสมัครจะเป็น ส.ส. อยู่ในวรรค 4 ลองอ่านรัฐธรรมนูญกันดู หากศาลท่านไม่ยอมให้ฎีกา แล้วให้คุณสมัครติดคุกแบบไม่รอลงอาญาจริง ทั้งสถานภาพนายกรัฐมนตรี และสถานภาพ ส.ส. ก็ต้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ตอนนี้เมื่อใช้ช่องนี้ไม่ได้ ก็อาจผลักดันผ่านช่องทางเสนอให้อัยการสูงสุดลงนามสลักหลังในคำร้องขอฎีกา แต่ก็นั่นแหละช่องทางนี้ก็แค่ยืดเวลา สุดท้ายก็ต้องถูกจำคุกอยู่ดี

แม้จะฝืนใจใครๆหลายคน แต่ก็ต้องย้ำแล้วย้ำอีก ว่าอย่าไปยึดติดตัวบุคคล เตรียมนายกรัฐมนตรีคนใหม่เผื่อเอาไว้ระหว่างที่คุณสมชายฝึกงานเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการในขณะนี้

พูดตามตรง คุณสมพงษ์ เหมาะสุดในสาม ส. เพราะสมชายใกล้ชิดคุณทักษิณเกินไป ในขณะที่สุรพงษ์ก็ยังมีคดีรอค้างกันอยู่ ปรับรัฐบาลอีกครั้งคราวหน้าก็คงจะยุบสภากันเลย เพราะงบประมาณและการโยกย้ายลงตัวหมดแล้ว ขอแต่อย่าเพิ่งยุบสภาในช่วงนี้ เพราะจะเกิดสุญญากาศโดยใช่ที่ เสี่ยงต่อการถูกโค่น โดย “มือที่มองไม่เห็น” ที่กำลังกระเหี้ยนกระหือรือ ทั้งมือเล็กมือใหญ่

แต่หากคุณสมัครผ่านมรสุมในวันที่ 25 มาได้ แล้วยังสนับสนุนกันอยู่ ก็ต้องหาวิธีเคลียร์เกมด้านสื่อด้วย ภาพลวงตาที่เกิดจากการประโคมของสื่อไม่ใช่ของจริงก็ใช่อยู่ แต่ก็มีผลกับชนชั้นกลาง และความสงบราบรื่นในการทำงานของรัฐบาล หากุนซือเก่งๆ สยบเกมข่าวจากฝ่ายตรงข้ามให้ได้ บางจังหวะก็ต้องเข้าต่อตี บางจังหวะก็ถอยหาเชิง

รักจะเล่นการเมือง ก็ต้องตรวจสอบ ป้องกันให้ครบทุกมุม


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่