Posted by: shopen | กันยายน 17, 2008

เปลี่ยนไพ่ เดินหน้าสมานฉันท์

เป็นอันว่าเมืองไทยก็ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ชื่อสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็หมายถึงว่าพรรคพลังประชาชนต้องการเปลี่ยนไพ่เล่น จากคุณสมัครซึ่งมีท่าทีแบบแข็งกร้าวดุดัน มาเป็นคนสมชาย ที่ดูนุ่มนวลและประนีประนอมกว่า นี่ก็สอดคล้องกับมติมหาชน ที่ต้องการเห็นการยุติความขัดแย้ง และความสมานฉันท์ของคนในชาติ

แนวทางของคุณสมัครเหมาะกับการตอบโต้ ฝ่ายตรงข้ามที่มีการเดินเกมรุกฆาตอย่างรุนแรง ชั้นเชิงทางการเมืองที่เก็บสะสมไว้ตั้งแต่เข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ปี 2511 ครบเครื่องทั้งการปราศรัยหาเสียง การอภิปรายในสภา การตอบโต้กับสื่อ ความสัมพันธ์ที่ดีกับชนชั้นนำ และการบริหารสายสัมพันธ์กับฝ่ายทหาร

คุณสมัครแน่ไม่แน่แค่ไหน ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2519 ก็เคยเอาชนะ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช หัวหน้าพรรคกิจสังคมคนดัง มาแล้วในเขต 1 ดุสิต ซึ่งถือกันว่าเป็นท้องที่ทหารนั่นแหละ ทั้งที่ตอนนั้นคุณสมัครก็ยังถือได้ว่าเป็นละอ่อนทางการเมือง แต่มาตอนนี้ด้วยความเขี้ยวและเชี่ยวทางการเมือง ก็ต้องถือว่าคุณสมัครแน่มากที่นำพรรคมาได้ถึงขนาดนี้

ความจริงคุณสมัครจะอยู่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปก็ได้ เพียงแต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าผิดในกรณีไปจัดรายการ เมื่อสุดท้ายพรรคมีมติจะให้คุณสมชายขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ก็ต้องถือว่าเป็นการเซฟคุณสมัคร เพราะยังมีคดีรออยู่ข้างหน้าคุณสมัครอีกหลายคดี และเอาเข้าจริงคุณสมัครก็ไม่ได้หายตัวไปไหน ก็ยังเป็น ส.ส. อยู่ในพรรคพลังประชาชนนั่นแหละ

ถ้ามองการเมืองจากมุมมองขั้วการเมือง ที่มีการผนึกระหว่างกลุ่มเพื่อนเนวินและคุณสมัครที่มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการดังสาธยายไปแล้วข้างต้น อาจจะมองว่ากลุ่มนี้เสียท่าให้กับ อีกขั้วหนึ่งที่ว่ากันว่าเป็น “เลือดแท้” คุณทักษิณ แต่ก็อย่างที่บอกเรื่องนี้สุดท้ายก็จบลงเพียงในพรรค แม้จะมีการประสานสื่อบ้าง พรรคร่วมรัฐบาลให้เกิดแรงกดดันบ้าง ก็ถือว่าพอหอมปากหอมคอ พอดีกับพรรคขนาดใหญ่ที่มี ส.ส. 233 คน

คนตามดูการเมืองก็อย่าอินไปกับการชิงเชิงครั้งนี้มาก เพราะก็เป็นเพียงการต่อรองอำนาจผลประโยชน์ตามปกติของนักการเมืองเขา ทิศทางใหญ่ก็ยังเป็นพรรคพลังประชาชน ที่เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรคเช่นเดิม

เห็นแบบนี้ก็ต้องแสดงความสงสารคุณอภิสิทธิ์ ที่หวังจะเป็นนายกรัฐมนตรีรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบ คิดดูก็แล้วกันว่านับจากครั้งคุณชวนเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งล่าสุดโน่น เมื่อปี 2543 นับมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 8 ปี อีกสองปีก็ครบ 10 ปีพอดี นับได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่ครองความเป็นฝ่ายค้านยาวนานพอดูในการเมืองสมัยใหม่

มองแบบนี้ใครควรหัวเราะใครควรร้องไห้ก็ชักไม่แน่ใจ พรรคหนึ่งถูกยุบ ถูกกลั่นแกล้งสาระพัด แต่ก็เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและสามารถส่งสมาชิกในพรรคขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วสามคน และดูท่าจะส่งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีไปได้เรื่อยๆ ในขณะที่อีกพรรคหนึ่งไม่ถูกยุบพรรคแต่ต้องเป็นฝ่ายค้านมาถึง 8 ปี

นี่พูดกันตามตรง ถ้าคุณอภิสิทธิ์ยังอยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีจริงๆ ก็ขอให้ย้ายพรรคมาอยู่พรรคพลังประชาชนเถอะ ชื่อชั้นระดับคุณอภิสิทธิ์แล้วยังพอถือว่ามีความหวังจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพียงแต่ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ คุณอภิสิทธิ์จึงจะยังต้องเป็นหัวหน้าฝ่ายค้านต่อไป

ฝ่าย 9 กบฏที่ทำเนียบ เห็นยังปักหลักทู่ซี้ไล่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทั้งที่คุณทักษิณก็ดี คุณสมัครก็ดีเขาก็ไม่ได้อยู่เป็นนายกรัฐมนตรีอีกแล้ว นี่สงสัยไม่ตาพร่า ก็หูเฟือน ที่ไม่ได้ยินเสียงประชาชนเรียกร้องให้มีความสมานฉันท์ สื่อมวลชนก็เริ่มย้ายเปลี่ยนข้างตั้งข้อสงสัยกับการชุมนุมของ พธม. ข้อเสนอเรื่องการเมืองอภิชนแบบ 70-30 ก็ไม่มีใครเขาเอาด้วย พระราชกำหนดฉุกเฉินรัฐบาลก็สั่งยกเลิกไปแล้ว

จะชุมนุมต่อไปด้วยเหตุผลอะไร หาไม่เจอจริงๆ


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่